จบเรียบร้อยแล้ว สำหรับละครสุดฮิตติดลมบน กับสวรรค์เบี่ยง เรตติ้งช่อง3พุ่งกระฉูดสุดๆ เรื่องนี้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากเหลือเกิน โดยเฉพาะประเด็นของผู้ชายใจร้ายอย่างคาวี ว่า "ถ้าในชีวิตจริงเจอผู้ชายแบบนี้ คุณจะรักเค้ามั้ย(ไม่ใช่รักเคนมั้ย)"

ตอนดูอยู่ก็มีคำถามว่าแล้วนารินจะให้อภัยคาวียังไง หลังจากที่คาวีทำร้าย นารินตั้งแต่ต้นเรื่อง จนเกือบจบ ทั้งโดยวาจาเชือดเฉือน และยังใช้กำลัง แต่เมื่อคิดได้คาวีก็ตามงอนง้อไปถึงบ้านริมคลอง ทั้งยังปรนนิบัติ ดูแล อดทนกับอารมณ์อันปรวนแปรของนารินสารพัด จนวันสุดท้าย (แต่จริงๆ คาวีก็ทำกับเค้าไว้เยอะมาก)

นานๆทีที่จะติดละครเพราะเวลาดูสิ่งที่น่าเบื่อที่สุด คือบทสรุปของละครไทยส่วนใหญ่ในตอนจบมักจะยัดเยียดเหตุผลให้ตัวละครในทันที แบบ enlighten กันในวันเดียวแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ แฮปปี้เอนดิ้งซะงั้น

แต่กับละครเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นละครที่ดีที่สุด แต่ในบทสรุปของเรื่องนับว่า คนเขียนบทและผู้กำกับค่อยๆคลายปมทีละเปาะ จนถึงปมลึกๆในจิตใจของตัวละคร ที่จะไม่ค่อยได้เห็นในละครเรื่องอื่นๆ(ถึงแม้ว่าบ้างปมจะคลายออกมาแบบด้านๆ แห้งๆก็ตาม) แต่ก็นับว่าสอบผ่าน

ส่วนตัวแล้วคิดว่าปมที่คลี่คลายออกมาได้ดีและชอบ คือ ปมในจิตใจของนารินที่จะทำยังไงจะให้ตัวเองรักคาวีได้ ถึงแม้จะมีหลายคนบ่นว่า นางเอกเรื่องมาก เล่นตัว ผู้ชายอย่างคาวีมาตามง้องอนขนาดนี้ก็ดีแล้ว ใจก็รักเค้าแต่ทำตัวเก่ง หนีหัวใจตัวเอง แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่พระเอกทำแล้วเทียบไม่ได้เลย

ฉากสุดท้ายที่นารินพ่นคำพูดออกมามันดูมีเลือดเนื้อมาก "หลับตาก็เจอแต่ฝันร้าย ลืมตาขึ้นมาก็เหมือนฝันที่ไม่มีทางเป็นความจริงได้" เป็นคำพูดที่บอกสภาวะของนารินได้ลงตัวที่สุด

สุดท้ายคงต้องขอชมคนเขียนบท ทั้งฉากและบทสนทนาคมๆ และฝีมือการแสดงของนักแสดงซึ่งสามารถพูดบทสนทนาที่คมๆเหล่านั้นให้ดูเหมือนทั่วไปและออกมาจากตัวละครจริงๆ และผู้กำกับที่พยายามสรรค์สร้างผลงานดีดีออกมา ส่วนตัวเชื่อว่าเจตนาหนังเรื่องนี้คงไม่ได้สอนให้คนทำตามในสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นในหนังหรอก ถ้าดูอย่างเข้าใจ มันจะช่วยขัดเกลาซะมากกว่า

ในที่สุดก็มี "บล็อก"

posted on 02 May 2008 11:57 by atlantis-on

ก่อนที่มีบล็อก ถามตัวเองว่า "จะทำทำไม  แล้วใครจะอ่าน เคยแต่อ่านของคนอื่น แล้วถ้าเราเขียนจะมีคนอ่านมั้ย" 

เราเริ่มจากเป็นคนอ่านและติดตามบล็อกของคนอื่นมาตลอด  แม้กระทั่งเขียนคอมเม้นต์ถ้าไม่สนิทจริงเราก็ไม่เขียน  หรือว่าเรากลัวที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเอง       เพราะเราเห็นว่าเราไม่อยากจะตัดสินใครและไม่อยากให้ใครตัดสินเราทั้งทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน

แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น!!

เราเห็นบล็อกของคนอื่นบ้างก็เขียนดี อ่านสนุก แถมยังได้สาระ บ้างก็อ่านไม่ได้ จับใจความไม่ถูก แต่มีสิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้ คือเขากล้าที่จะแสดงความคิดบางอย่างออกมา และกล้าที่จะให้คนอ่านแสดงความคิดเห็น

พิ้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่เสรี   คนอ่านสามารถเลือกที่จะแสดงออกได้เราก็เลือกที่จะรับได้ ไม่เห็นเป็นไร  แต่อย่างน้อยเราได้แชร์ความคิดหรือบอกเล่าเก้าสิบเรื่องบางอย่างลงไป  และบางครั้งสิ่งที่ได้กลับมาอาจะเป็นความคิดดีดีหรือเป็นกระจกให้เราสำรวจด้วยก็ได้  เพื่อโลกของเราจะได้กว้างขึ้น.....

........เบา เบา หน่อยนะ น้องใหม่เพิ่งมา.........