เคยถามตัวเองไหมว่า ... ระหว่างความฝัน กับคนที่รักเรา ..อะไรมีค่ามากกว่ากัน ?
แน่นอนสำหรับหลายๆคนคงตอบไม่ยากเลย ก็ต้องเป็นคนที่เรารักอยู่แล้ว 
แต่เราไม่รู้หรอกเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว เราเองก็อาจจะไม่ทันคิดเลย เรามาฟังเรื่องราวของชายผู้นี้ดู
***********************************

“พ่อของผม ถูกหักอกโดยมหานครโตเกียว เขาเดินทางกลับบ้านเกิด,

 ส่วนผม ทิ้งบ้านเกิดเพื่อเดินทางสู่เมืองใหญ่ จนทำให้หลงลืมคนที่อยู่ข้างหลัง ,

 แม่ของผมคือผู้หญิง ผู้มั่นคง แต่ภาระทำให้เธอต้องละทิ้งความสุขส่วนตัว

 ความใฝ่ฝันสูงสุดของเธอคือการที่ได้ไปยืนอยู่บนหอคอยโตเกียวพร้อมกัน พ่อ แม่ ลูก

พวกเขาทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานกันตั้งแต่ตอนวัยรุ่น โดยที่แม่คิดว่านี่ผู้ชายที่เธอรัก และความรักคงจะเปลี่ยนเขาได้

สามารถหยุดอารมณ์รุนแรงเวลาที่เขาเมาได้ แต่แล้ววันหนึ่งความอดทนของแม่ก็ถึงขีดสุด

เมื่อพ่อเมากลับบ้านและระเบิดอารมณ์ใส่ผม

ผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้เพียงแต่ว่า จากนั้นแม่เลี้ยงผมมาโดยลำพัง

แม่ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย ไม่เคยบอกว่าไม่ได้เวลาผมเอ่ยปากขออะไร

ทุกครั้งที่ผมกลับมาบ้านจะมีอาหาที่แม่ทำไว้รอผมอยู่ที่บ้านเสมอ

เมื่อผมโตขึ้นผมบอกแม่ว่า ผมจะไปโตเกียว ไปทำความฝันของพ่อที่จะเป็นจิตรกรให้เป็นจริง

 ผมเชื่อว่าผมจะต้องทำได้ แม่ให้ผมไปโดยไม่เคยทัดทานอะไรเลย

 แม่ส่งเงินมาให้ผมเสมอ เวลาที่ผมเดือดร้อน เวลาผ่านไปเนิ่นนานหลายปี

 ผมก็ยังคงหวังเสมอว่าสักวันผมจะประสบความสำเร็จให้แม่ได้ภุมิใจ

แต่แล้ววันหนึ่งผมเพิ่งได้ข่าวว่าแม่ไม่สบาย แม่ไม่เคยบอกผมมาก่อนว่าแม่ป่วย .. ด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย

 

แม่ครับ จากนี้เวลาผมกลับบ้าน จะมีใครคอยทำกับข้าวไว้รอผมไหม ....

ผมขอโทษครับแม่และผมอยากให้แม่มาอยู่กับผมที่โตเกียวนะครับ “

                                                                              - ลูกชายผู้ไม่เอาไหน

 

******************************

ตัวหนังและอารมณ์ ไม่ได้สร้างบรรยากาศ "เร้า" แต่อย่างใด

แต่มันกลับกลายเป็นหนังที่ "ซึมลึก" อย่างไม่น่าเชื่อ

เราไม่รู้ว่าคนไม่มีประสบการณ์การจากบ้านมา จะรู้สึกร่วมหรือเปล่า

แต่สำหรับเราเรื่องนี้ "กะเทาะ" ความรู้สึกบางอย่างของเราขึ้นมาอีกครั้ง

หวังว่าหนังเรื่องนี้คงจะทำให้ใครก็ตาม ได้เข้าใจ ของการจากมา(หรือเติบโต)ที่มีค่าขึ้นมา

.......................................................................

 "อยากจะทำอะไรก็ทำเถอะ  แม่คงไม่ได้หวังให้มันสำเร็จ ยิ่งใหญ่อะไร 

แต่แม่หวังแค่เพียงว่า     ลูกของแม่จะต้องอยู่ได้เมื่อแม่จากไป"

 

........ขอบคุณครับแม่  

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.nungdee.com

edit @ 2 Jun 2008 15:37:52 by atlantis-on

edit @ 2 Jun 2008 15:39:23 by atlantis-on

In the mood for love

posted on 02 Jun 2008 10:07 by atlantis-on

ความสัมพันธ์ของคนทั้ง 2

....บ้างก็พ้องกับใจฝัน

                         ....บางครั้งก็เปลี่ยนผันตามเวลา

                         ....แต่บางคนก็เสาะหา

....และบางเวลาก็ปล่อยใจฝัน                     

....บางครั้งก็ค้นเจอ

....บางทีเผลอก็ผิดหวัง

                         ....ความรู้สึกของกันและกัน

                         ....สุขทุกข์นั้นเป็นเรื่องสังขารและกาลเวลา

 

ขอติสท์บ้างไรบ้างนะ

****สิ่งที่เขียนไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในหนัง ใส่ให้ดูเก๋ๆ

อาจจะมีจุดร่วมแค่เรื่อง "ความรัก" ***********

 

edit @ 2 Jun 2008 18:41:22 by atlantis-on

edit @ 2 Jun 2008 18:52:59 by atlantis-on

First Love First Hurt : Part 1

posted on 23 May 2008 14:51 by atlantis-on

First Love First Hurt : part 1

"เจตนา" หรือที่เพื่อนๆเรียกกันว่า " จินตนา " เธอรักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ ความใฝ่ฝันของเธอคือการได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเอง และมีศิลปินรับเชิญ อาทิเช่น ซีลิน ดิออน,คริสติน่า อาเกียลิร่า และผู้ที่เธอให้ความเคารพดุจแม่บุญธรรม บียอนเช่ โนว์ แต่ตอนนี้เธอคงเป็นได้แค่ บียอนเซ่ โลว์ ไปก่อน

แต่ความใฝ่ฝันของเธออีกอย่างคือการได้เข้าเรียนในโรงเรียนชายล้วน!

จินตนา เป็นคนรักสนุก และเป็นที่รักของเพื่อนๆ เนื่องจากเธอมักจะสร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้เพื่อนๆแบบไม่ตั้งใจ

หลายๆครั้งเธอมักจะเล่าเหตุการณ์ที่มันคงไม่ตลกสำหรับเธอเลย แต่มันเป็นเรื่องตลกมากสำหรับเพื่อนๆ

มีอยู่วันหนึ่งเธอมาโรงเรียนเช้ามาก และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะเมื่อคืนเธอเพิ่งได้ดูหนังเรื่อง The sound of music และเธอก็เลยจินตนาการว่าตัวเองเป็น มาเรีย นางเอกของเรื่อง

เธอเดินไปที่สวนนกของโรงเรียนเพื่อไปร้องเพลงประสานเสียงกับเหล่าบรรดานกที่เธอให้อาหารเป็นประจำ

Doe, a deer, a female deer...........Ray, a drop of golden sun.........

เสียงร้องของจินตนาก็ขับลำนำขึ้นประสานกับบรรดาเสียงนกที่เธอกำลังให้อาหารอยู่

แต่ทันใดนั้น นกมาร์คอ สีแดง แซมเขียวที่หางซึ่งเป็นนกตัวโปรดของจินตนา ชื่อ”อีแต้ว” บินผ่านหน้าเธอ

ระหว่างที่บิน          ปีกของมันได้กระพือพัดเอาเม็ดข้าวสารที่ลอยอยู่ กลับเข้าไปลงในคอของจินตนา

"โฮ่กๆ .. โฮกกกก............ขากกกก... ทุ้ย.. อีแต้ว"

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้จินตนาร้องเพลงไม่ได้อยู่หลายวัน   และอีแต้วเองก็อดข้าวไปหลายมื้อทีเดียว

***********************************

อันที่จริงแล้วที่เธออยากเข้ามาอยู่ที่ รร.ชายล้วน เพราะเธอหวังว่าจะได้เจอผู้ชายดีๆ ซักคนที่เธอรักเค้าได้จริง

เพราะเธอเองนั้นก็มีคนมารักมากมาย เพียงแต่เธอกำลังมองหาคนใช่…..เท่านั้น

………

สนามวอลเล่ย์บอล เป็นที่ประจำของเธอและบรรดาเพื่อนๆ ที่มาเล่นกีฬาและสังสรรค์ จินตนาเป็นตัวแทนนักกีฬาของโรงเรียนในตำแหน่ง "ลิเบอร์รัล" หรือที่เรียกว่า "ตัวรับอิสระ" เธอภูมิใจกับตำแหน่งนี้มาก เพราะกว่าที่จะได้มา เธอต้องเจ็บกับการ "ซ้อมรับลูก" ด้วย แขน ,มือ, เท้า, หน้าอก, รวมทั้งใบหน้า จึงทำให้ใบหน้าของเธอนั้นดูอูมอิ่ม

จนกระทั่งเข้ามหา
ลัยแล้ว เพื่อนๆของเธอยังถามว่า ” จินตนา เธอฉีดแก้มที่ไหน ชั้นอยากได้ซัก 200ซีซี ”..

มีอยู่วันหนึ่ง หนุ่มน้อยหน้าใส ร่างกำยำสูงโปร่ง และเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน " พฤกษ์ " เดินตรงเข้ามาในสนามวอลเล่ย์

แน่นอนว่าบรรดาสาวๆชาวเรา ต่างพยายาม "แอ๊บ" เท่าที่ความสาวของนางๆ จะมีอยู่

" เจต "

เสียงแหบห้าวเหมือนเสียงเพิ่งแตกหนุ่ม แต่ทุ้มและนุ่ม ดุจเสียงกระซิบที่ข้างหู

ทันทีที่ๆสิ้นเสียง จินตนาไม่สามารถขยับตัวได้ ราวกับถูกมนต์สะกดของนางมารร้ายเมดูซ่า แต่เธอพยายามรวบรวมสติและหันกลับไปตอบว่า

“ ทำไมไม่เรียกว่า จิน ล่ะ แหมคนกันเอง “

สายตาทุกสายในสนามจ้องมาที่เธอ เหมือนสายตาของเหล่าไฮยีน่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่อในทุ่งหญ้าสะวันน่า

“ เออ นั่นแหละ ! จะอะไรก็ช่างเหอะ เอานี่ คอไก่ “ พฤกษ์ยื่นถุงไก่ร้านชื่อดังแถวโรงเรียนให้ จิน

“ เธอ ….เธอรู้ได้ยังไง ว่าเราชอบ แทะ เอ๊ย ทาน คอไก่ "

แววตาของ จิน เป็นประกายใสดุจดวงตาของสาวน้อยในการ์ตูนญี่ปุ่น

“ อ้าวเหรอ! เราไม่รู้หรอก เออ ถ้าชอบเดี๋ยววันหลัง ซื้อมาให้แทะ เอ๊ย กินนะ แต่ตอนนี้ ฝากเอาไปให้อาจารย์ เย็นจิต หน่อยดิ เราส่งงานอาจารย์ช้าเลยต้องซื้อไปเซ่นหน่อย เห็นแกชอบซื้อไปให้หมาแกที่บ้านว่ะ เราจะรีบไปรับ หญิง ด้วย ช้าโดนฆ่าแน่“

 

คำพูดของพฤกษ์  ทำให้  จิน อยากจะวิ่งออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด เธออยากจะตะโกนความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ให้สุดเสียง แต่ดีที่ว่าเธอเคยฝึกความอดทนอดกลั้นในวิชาลูกเสือสำรอง เธอรวบรวมสมาธิ พูดออกไปด้วยท่าทีที่จริงจัง และน้ำเสียงที่ราบเรียบ

“ พฤกษ์… เราซึ้งใจแทนครูเย็นจิตจังเลย เธอช่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต่อสัตว์ และยังตรงต่อเวลาอีก

ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราเอาไปให้เอง        รีบไปเถอะ     เดี๋ยวจะไม่ทัน”

พฤกษ์ยิ้มให้และวิ่งจากไปโดยเร็วที่สุด   ถึงแม้จะวิ่งไปโดยเร็วแบบไม่เห็นฝุ่นก็ตาม      แต่รอยยิ้มของเขาก็ยังคงตราตรึง จนทำเอา สาวๆแถวนั้น ต่างอยากจะรุมขย้ำฉีกเนื้อ ของเธอเป็นชิ้นๆ

“ ปานตะวัน “ หรือชื่อจริงว่า “ปานเทพ “ ถาม จินว่า

“ ทำไม เค้าเข้ามาคุยกับเธอ ล่ะ อี จิน”

จินนิ่งไปอยู่นาน คิดว่าถ้าบอกความจริงไปคงไม่ดีแน่ เพราะทั้งเค้าและเราเองอาจจะเสียหาย

ดีไม่ดี อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ที่คบกันเค้ามา ต้องยุติลงเพียงเท่านี้แน่ เธอเลยตอบไปว่า

"ก็ ชั้นสวยจริง" 

หลังจากวันนั้นมา เพื่อนๆของเธอก็ไม่กล้าถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกเลย …………..

 

edit @ 23 May 2008 18:30:15 by atlantis-on